กวีคลับดอทคอม : สังคมดีๆ ของคนรัก กลอน
กันยายน 20, 2014, 06:51:19 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, อาคันตุกะกวีคลับ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
  หน้าแรก   เว็บบอร์ด   Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก เพิ่มเว็บไซต์  

ข่าวประชาสัมพันธ์
ประกาศ
Global Moderator Comment สวัสดีครับ หากเพื่อนๆคนใด มีความสนใจในด้านการแต่งกลอน หรือ อยากลองแต่งกลอนร่วมสนุกกับเราดูบ้าง
ก็สามารถ สมัครสมาชิก เพื่อเข้าร่วมสนุก แต่งกลอนกับสมาชิกของเราได้ที่นี่ครับ
สมัครสมาชิก     
หน้า: [1]   ลงล่าง
 
ผู้เขียน หัวข้อ: สำนวนไทยในบทละครนอก  (อ่าน 18942 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 อาคันตุกะกวีคลับ กำลังดูหัวข้อนี้

ดินหญ้ากาช้ำ
รักนักกลอนกวีคลับทุกคนจ้า

ผู้ดูแลกวีคลับดอทคอม


*

คะแนนกลอน 180
ออฟไลน์ ออฟไลน์
เพศ: หญิง
กระทู้: 6,392



Level 2 : Exp 13%
HP: 37.8%

คะแนนชื่นชม
ชื่นชมคนอื่น: 6504
ได้รับคำชม: 5146


« เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2008, 10:15:55 pm »

advertisement
 

ความหมายของสำนวน

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้ความหมายของคำว่า สำนวน ไว้ดังนี้

          สำนวน (น.) ถ้อยคำที่เรียบเรียง โวหาร บางทีก็ใช้ว่า สำนวนโวหาร เช่น สารคดีเรื่องนี้สำนวนโวหารดี ความเรียงเรื่องนี้สำนวนโวหารลุ่มๆ ดอนๆ ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้ว มีความหมายไม่ตรงตามตัวหรือ มีความหมายอื่นแอบแฝงอยู่ เช่น สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง ถ้อยคำที่แสดงออกมาเป็นข้อความพิเศษ เฉพาะภาษาหนึ่งๆ เช่น สำนวนฝรั่ง สำนวนบาลี ชั้นเชิง หรือท่วงทำนองในการแต่งหนังสือหรือพูด เช่น สำนวนเจ้าพระยา พระคลัง (หน) สำนวนยาขอบ สำนวนไม้เมืองเดิม ลักษณนาม ใช้เรียก ข้อความหรือบทประพันธ์รายหนึ่งๆ เช่น อิเหนา สำนวน บทความ ๒ สำนวน (ราชบัณฑิตยสถาน.๒๕๓๘ : ๘๓๕)

          กาญจนาคพันธุ์ ได้อธิบายความหมายของ คำว่า สำนวน ไว้ในหนังสือสำนวนไทย ดังนี้
" คำพูดของมนุษย์เราไม่ว่าจะชาติใดหรือภาษาใด แยกออกได้กว้างๆ เป็น ๒ อย่าง อย่างหนึ่งพูดตรงไปตรงมาตามภาษาธรรมดา พอพูดออกมาก็เข้าใจกันได้ทันที อีกอย่างหนึ่งพูดเป็นชั้นเชิงไม่ตรงไปตรงมา แต่ให้มีความหมายในคำพูดนั้นๆ คน ฟังอาจเข้าใจความหมายทันทีถ้าพูดคำนั้น ใช้กันแพร่หลายทั่วไป จนอยู่ตัวแล้ว แต่ถ้าไม่แพร่หลายคนฟังก็ไม่อาจเข้าใจได้ทันที ต้องคิดจึงเข้าใจ หรือบางทีคิดแล้วเข้าใจอย่างอื่นก็ได้ หรือไม่เข้าใจเอาเลยก็ได้ คำพูดเป็นชั้นเชิงนี้ เราเรียกกันว่า สำนวน คือ คำพูดเป็นสำนวนอย่างชาวบ้านเขา เรียกว่า พูดสำบัดสำนวน"
(กาญจนาคพันธุ์. ๒๕๒๒ : ๑)

          ดังนั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่า สำนวน หมายถึง ถ้อยคำที่มิได้มีความหมายตรงไปตรงมาตามตัวอักษร หรือแปลตามรากศัพท์ แต่เป็นถ้อยคำที่มีความหมาย เป็นอย่างอื่น คือ เป็นชั้นเชิงชวนให้คิด ซึ่งอาจเป็นไปในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ค่านิยม และอื่นๆ ซึ่งล้วนแต่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไทยอย่างเด่นชัด

          สำนวนที่ปรากฏในบทละครนอก พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ ซึ่งได้แก่ สังข์ทอง ไชยเชษฐ์ ไกรทอง คาวี และสังข์ศิลป์ชัย

สาเหตุที่เกิดสำนวน

๑. ต้องการคำเพื่อสื่อสารความรู้สึกให้เพียงพอ เมื่อเกิดความต้องการคำให้เพียงพอกับความรู้สึก จึงต้องคิดคำใหม่อาจอิงคำเดิม แต่เปลี่ยนความหมายไปบ้าง หรือคล้าย ความหมายเดิมที่ก็มีอยู่มาก
๒. หลีกเลี่ยงการใช้คำบางคำ ซึ่งถ้าใช้แล้วอาจหยาบคาย หรือก่อให้เกิดความไม่สบายใจ ตัวอย่าง คำว่า ตาย อาจมีหลายสำนวน เช่น ซี้ ม่องเท่ง เสร็จ  เสียชีวิต   ถึงแก่กรรม    ไปค้าถ่าน    ไปนรก  หรือ ถ่ายปัสสาวะ  อาจใช้ เบา   ไปยิงกระต่าย   ไปเก็บดอกไม้
๓. เพื่อให้สุภาพ หรือเหมาะสมกับฐานะของบุคคล เช่น ตัดผม  ทรงเครื่อง  หรือทรงพระเครื่องใหญ่
๔. ต้องการให้คำพูดมีรสชาติ หรือ เกิดภาพ ตัวอย่าง กุ้งแห้งเดินมาแล้ว (อาจหมายถึงคนผอมแห้ง)

ลักษณะของสำนวนไทย

          ลักษณะของสำนวนไทยนั้น มีทั้งประเภทเสียงสัมผัสคล้องจองกัน และ แบบไม่มีเสียงสัมผัส ดังนี้
๑ . ประเภทมีเสียงสัมผัส
          ก. ๔ คำสัมผัส
          ข. ๖- ๗ คำสัมผัส
          ค. ๘- ๙ คำสัมผัส
๒ . ประเภทไม่มีเสียงสัมผัส
          ก. ๒ คำเรียงกัน
          ข. ๓ คำเรียงกัน
          ค. ๔ คำเรียงกัน
          ง. ๕ คำเรียงกัน
          จ. ๖- ๗ คำเรียงกัน

บทละครนอก

          ละครนอกของไทยมีประวัติความเป็นมาดังที่ เสาวลักษณ์ อนันตศานต์ กล่าวไว้ในหนังสือวรรณกรรมพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย ดังนี้
          การเล่นละครนอกของไทยนั้นเกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี ดังที่ เมอสิเออร์ เดอ ลาลูแบร์ เล่าไว้ใน จดหมายเหตุพงศาวดาร พระราชอาณาจักรสยาม
          ละครนอกแต่เดิมคือละครที่ราษฎรเล่นกันในพื้นเมือง ตัวละครเป็นชายล้วน เพราะแต่โบราณมีพระราชบัญญัติ ห้ามมิให้ผู้อื่นมีละครผู้หญิง เพิ่งพระราชทาน พระบรมราชาอนุญาต เมื่อรัชกาลที่ ๔ นี่เอง ดังนั้นละครที่ใช้ผู้หญิงเล่น จึงมีแต่ละครของหลวง
          ศิลปินหญิงของหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๒ แสดงทั้งละครใน และละครนอก ส่วนละครของเอกชนนั้น เป็นการแสดงของศิลปินชาย เพราะไม่ได้อยู่ในข้อห้าม แต่การเล่นละครนอกในกรุงเทพฯ นั้น คงจะเอาอย่างละครในที่เล่นกันเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จนกระทั่ง ละครนอกกับละครในเกือบจะเป็นอย่างเดียวกัน ผิดกันแต่ทำนองร้อง และกระบวนการเล่นบางอย่างเท่านั้น
          ละครนอกในสมัยกรุงศรีอยุธยา คงจะมาจากการเล่นพื้นเมืองของชาวบ้าน แล้วมาผูกเรื่องราวขึ้น เล่นโดยอาศัยเค้าเรื่องจาก นิทาน   ชาดก   หลายๆ เรื่องจาก นิบาตชาดก และปัญญาสชาดก ตลอดจนนิทานพื้นบ้าน เพราะเป็นเรื่องที่ชาวบ้านนิยมเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยสมัยก่อนการเขียนหนังสือเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และสิ้นเปลือง การจารึกบทละครนอก ลงเป็นลายลักษณ์อักษรจึงมีอยู่น้อย ทั้งอาจกระจัดกระจายไปเมื่อครั้งกรุงแตก จึงปรากฏว่าบทละครสมัยเก่า มีหลักฐานเหลืออยู่เพียง ๑๔ เรื่อง คือ

๑. การเกด
๒. คาวี
๓. ไชยทัต
๔. พิกุลทอง
๕. พิมสวรรค์
๖. พิณสุริวงศ์
๗. มโนห์รา ๘.   โม่งป่า
๙.   มณีพิชัย
๑๐. สังข์ทอง
๑๑. สังข์ศิลป์ชัย
๑๒. สุวรรณศิลป์
๑๓. สุวรรณหงส์
๑๔. โสวัตร
 

          และยังมีอีกบทละครนอกอีก ๕ เรื่อง ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นบทละครสำนวนเก่าก่อนสมัยรัชกาลที่ ๒ แต่ยังไม่ปรากฏชัดเจนว่า เป็นบทละครสำนวนเก่าถึง สมัยกรุงศรีอยุธยาหรือไม่ คือ

๑. ไกรทอง
๒. โคบุตร
๓. ไชยเชษฐ์
๔. พระรถเมรี
๕. ศิลป์สุริวงศ์


สำนวนไทยที่ปรากฏในบทละครนอก

๑. กระต่ายแก่แม่ปลาช่อน
๒. กินที่ลับไขที่แจ้ง
๓. กิ้งก่าได้ทอง
๔. แก้เกี้ยว
๕. แก้มือ
๖. กอดเข่าเจ่าจุก
๗. กรรมตามทัน
๘. ขว้างงูไม่พ้นคอ
๙. ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า
๑๐. เขียนเสือให้วัวกลัว
๑๑. ความวัวไม่ทันหาย ความความเข้ามาแทรก
๑๒. คอเป็นเอ็น
๑๓. คางเหลือง
๑๔. งามหน้าห้าไร่
๑๕. จองหองพองขน
๑๖. กินแหนงแคลงใจ
๑๗. ใจเสาะเหมือนปลาซิว
๑๘. ใจเบา
๑ ๙. ช้างสารงูเห่า ข้าเก่าเมียรัก
๒๐. ดับไฟหัวลม ๒๑. ตาขาว
๒๒. ตีงูให้หลังหัก
๒๓. ตีวัวกระทบคราด
๒๔. ตีอกชกหัว
๒๕. เต้นแร้งเต้นกา
๒๖. ถ่านไฟเก่า
๒๗. บั้งแบว (บ้องแบ๊ว)
๒๘. บ้านนอกขอกนา
๒๙. บุกป่าฝ่าหนาม
๓๐. บุญหนักศักดิ์ใหญ่
๓๑. ปั้นน้ำเป็นตัว
๓๒. ปากโป้ง
๓๓. ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่
๓๔. ปึ่งปั้น (ปั้นปึ่ง)
๓๕. พระอินทร์มาเขียว ๆ
๓๖. พาลรีพาลขวาง
๓๗. ฟื้นฝอยหาตะเข็บ
๓๘. มิตรจิตมิตรใจ
๓๙. ไม่เข้ายา
๔๐. รักพี่เสียดายน้อง ๔๑. ราพูเข้าพระเสาร์แทรก
๔๒. ลางเนื้อชอบลางยา
๔๓. ลูกไก่ในกำมือ
๔๔. แล่เนื้อเกลือทา
๔๕. ลดเลี้ยวเกี้ยวพาน
๔๖. ล้มลุกคลุกคลาน
๔๗. วัวสันหลังขาด (วัวสันหลังหวะ)
๔๘. สาวใส้ให้กากิน
๔๙. เส้นผมบังภูเขา
๕๐.หนามยอกเอาหนามบ่ง
๕๑. หยิกเล็บจะเจ็บเนื้อ
๕๒. หัวเหาเต่าเล็น
๕๓. อกหัก
๕๔. อกไหม้ไส้ขม
๕๕. อาภัพเหมือนปูน
๕๖. เอาทองไปรู่กระเบื้อง


 b5 ที่มาจาก http://www.thi102.th.gs/web-t/hi102/read_out.html#5  b5

กลอน | เมนูอร่อย|สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกลเดอร์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี |ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | ต้นไม้น่าปลูก | เครื่องมือการเกษตร | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง |รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี

มีเพื่อนชาวกวีโหวตกระทู้ของคุณ

v.nefertali

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ที่ชื่นชม!
บันทึกการเข้า

สำหรับฟอรั่ม
(BBC Code)
สำหรับเว็บไซต์ / บล็อก
(HTML)


TAGS:

หน้า: [1]   ขึ้นบน
 
 
กระโดดไป:  


สถิติของเว็บเรา

QR-CODE

 กลอน | เมนูอร่อย | สูตรอาหารเจ | ชูการ์ไกรเดอร์ | ซื้อขายสัตว์เลี้ยงออน์ไลน์ | จักรยาน | ดาวน์โหลดเกมส์ฟรี | ริลัคคุมะ | คำคม | อาหารสุขภาพ | เครื่องมือการเกษตร | ทศชาติชาดก | แบบเหล็กนั่งร้าน | วัสดุก่อสร้าง | รวม โน๊ตขลุ่ย | อาหารต้านมะเร็ง | รับปรึกษาปัญหาความรัก | ต้นไม้น่าปลูก | เพิ่มเว็บไซต์ฟรี
 

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC
SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal | Thai language by ThaiSMF
| Sitemap
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.098 วินาที กับ 32 คำสั่ง (คำคมคลับ adds 0.012s, 2q)
Google visited last this page 171 ชั่วโมงที่แล้ว